Choose your language book hotel in Thailand : Booking Thailand hotels in English language Booking Thailand hotels in Deutsch language Booking Thailand hotels in Thailand language Thailand Tours blog in Thai language


Thailand Government | 78 Foreign Embassies and Consulates located in Bangkok | Thai Food | International Airlines Links | Travel Place
โรงแรม | ของใช้โรงแรม | OESociety | ของใช้ทัวร์ | เกมส์ทัวร์ | โปรแกรมใช้งานทัวร์ | โปรโมทเว็บทัวร์-โรงแรม | เครื่องมือทำเว็บ | แบ๊คลิ๊งค์ เว็บทราฟฟิค


ทัวร์ บูดาเปสต์ เวียนนา ปราก คุร์มลอฟ พิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ่ 9 วัน ( Aus-Oct 06 )
  
กรุงบูดาเปสต์ นครเวียนนา กรุงปราก คุร์มลอฟ ซาลสบวร์ก โฮเฮนชวานเกา ปราสาทเทพนิยายนอยชวานชไตน์ อินน์สบรูก พิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ยอดเขาที่สูงที่สุด ใน เยอรมนี โดย สายการบิน AUSTRIAN AIRLINES (OS)


ยุโรป “ทวีปที่น่าเที่ยวที่สุดในโลก” ในสายตาของนักท่องเที่ยวผู้ช่ำชอง เพราะยุโรปเป็นทวีปที่รวมซึ่งโลกเก่าที่ไม่เปลี่ยนแปลง และโลกใหม่ของเทคโนโลยีที่รุดหน้ากว่าใคร เป็นทวีปที่รวมไว้ซึ่งประเทศที่มีชื่อเสียงที่สุดทางโบราณคดี อารยธรรมและธรรมชาติสารพัดรูปแบบที่แปลกตา
สาธารณรัฐฮังการี…กรุงบูดาเปสต์ นครหลวงที่ได้ชื่อว่ามีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ล่องแม่น้ำ ดานูบ ชื่นชมธรรมชาติริมสองฝั่ง และชมสถาปัตยกรรมแบบโกธิคอบอวลไปด้วยกลิ่นไอของประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน
สาธารณรัฐออสเตรีย…นครเวียนนา เมืองหลวงเก่าแห่งจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการีอันยิ่งใหญ่ เยือน พระราชวังเชิน บรุนน์ พระราชวังที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมืองซาลสบวร์ก ชมสถาปัตยกรรมสไตล์บารอค ดินแดนต้นกำเนิดของนักดนตรีเอกโมสาร์ท สถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง THE SOUND OF MUSIC อินน์สบรูก เมืองท่องเที่ยวแห่งลุ่มแม่น้ำอินน์ ในแคว้น ทิโรลที่มีอายุกว่า 800 ปี อดีตศูนย์กลางทางการค้าบนถนนสายโรมัน Via Cuaudla Augusta
สาธารณรัฐเชค…กรุงปราก เมืองหลวงที่เก่าแก่แห่งสาธารณรัฐเชค ชมความงาม ความใหญ่โตโอ่อ่าของ ปราสาทปราก และ มหาวิหารเซนต์วิตัส อันศักดิ์สิทธิ์ จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต สถานที่นัดพบของชาวปราก บริเวณโดยรอบล้วนเป็นอาคาร และวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600-700 ปี พร้อมเยี่ยมชมเมืองมรดกโลก เชสกี้ คุร์มลอฟ
สหพันธรัฐเยอรมนี... หมู่บ้านโฮเฮนชวานเกา หมู่บ้านที่น่าอยู่มากๆ อากาศก็ดี บ้านเรือนก็สวยงาม อีกทั้งผู้คนของเมืองนี้ก็มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีอีกด้วย ชมปราสาทเทพนิยายนอยชวานชไตน์ ... เมืองการ์มิช-พาร์เทนเคียร์เช่น เมืองฝาแฝดซึ่งถูกผนวกเข้าด้วยกันเพื่อร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวครั้งที่ 4 ในปี ค.ศ. 1936 พิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ่ ยอดเขาที่มีความสูงที่สุดในเยอรมนี ส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ตอนกลางของทวีปยุโรป

กำหนดการเดินทาง : วันที่ 16 – 24, 23 กันยายน – 1 ตุลาคม 2549, วันที่ 6 – 14, 20 – 28, 27 ตุลาคม – 4 พฤศจิกายน 2549


+ กรุณาจองทัวร์ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ เนื่องจากต้องใช้เวลา 3 สัปดาห์ ขอวีซ่า 3 ประเทศ

วันแรก กรุงเทพฯ - กรุงเวียนนา (ออสเตรีย)

21.00 น. พร้อมกันที่ สนามบินดอนเมือง อาคาร 2 เคาน์เตอร์แถวที่ 11 สายการบินออสเตรียน แอร์ไลน์ (Austrian Airlines) เจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับพร้อมอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรที่นั่งขึ้นเครื่อง
23.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเวียนนา ประเทศสาธารณรัฐออสเตรีย โดยเที่ยวบินที่ OS 6

วันที่สอง กรุงเวียนนา - บูดาเปสต์ – ชมเมือง – ล่องแม่น้ำดานูบ (ฮังการี)

05.15 น. เดินทางถึง สนามบิน SCHWECHAT กรุงเวียนนา หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำคณะเดินทางข้ามพรมแดนออสเตรีย ไปยัง สาธารณรัฐฮังการี บนเส้นทางที่มีธรรมชาติงดงาม มากด้วยศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ สัมผัสชีวิตผู้คนในชนบทชาวฮังกาเรียนสู่ กรุงบูดาเปสต์ ซึ่งในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรออสโตร-ฮังกาเรียน เมืองที่มีแม่น้ำดานูบไหลผ่านกลางเมืองซึ่งแบ่งเป็นสองฝั่งคือฝั่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นไอของประวัติศาสตร์ “บูดา” และฝั่งที่หรูหราล้ำหน้าสมัยใหม่ด้วยวิทยาการ “เปสต์” อันเป็นที่มาของชื่อเต็มของเมืองหลวงแห่งนี้ นำคณะขึ้นสู่ เนินเขาเลิร์ท ชมทัศนียภาพโดยรอบของกรุงบูดาเปสท์ และแม่น้ำดานูบ บนความสูง 750 ฟุต อิสระให้เดินเล่น และถ่ายรูปเป็นที่ระลึกตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางสู่ท่าเรือ จากนั้นลงเรือล่อง แม่น้ำดานูบ แม่น้ำสายโรแมนติค มนต์เสน่ห์ไม่เสื่อมคลาย เพลิดเพลินกับทิวทัศน์ของธรรมชาติและ อาคารรัฐสภา เป็นอาคารแบบนีโอโกธิคที่โดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ของประเทศ ตลอดจนอาคารบ้านเรือนและความเป็นอยู่ของผู้คนสองฟากฝั่งแม่น้ำดานูบในยามบ่ายของ กรุงบูดาเปสต์ นำคณะเดินทางผ่านชุมชนโรมันโบราณขึ้นไปยัง Castle Hill ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับคฤหาสน์ของกษัตริย์ และโบราณสถาน ซึ่งยังมีร่องรอยบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ชม ป้อมปราการฟิชเชอร์แมนบาสเตียน ที่สะท้อนประวัติศาสตร์การสร้างชาติฮังกาเรียน สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมง ผู้เสียสละชีวิตปกป้องบ้านเมืองในตอนที่ถูกพวกมองโกลรุกรานในปี ค.ศ. 1241-1242 และบริเวณนี้ยังเป็นที่ตั้งของ โบสถ์แมทเทียส เป็นโบสถ์สำคัญของเมืองที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สร้างด้วยสถาปัตยกรรมโรมาเนสก์ ที่โดดเด่นด้วยยอดโบสถ์อันงดงาม เคยใช้เป็นที่จัดพิธีสวมมงกุฎแด่กษัตริย์มาแล้วหลายพระองค์และ อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่น ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกยาร์
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง Gaulash Party ลิ้มลองซุปเข้มข้นที่มีสีแดงสดของพริก “ปาปริก้า” เพลิดเพลินกับเสียงเพลง และ การแสดงพื้นเมือง ชาวแมกยาร์ พักค้างคืน ณ Hotel Novotel Budapest Congress หรือระดับเดียวกัน

วันที่สาม กรุงบูดาเปสต์ - จัตุรัสวีรบุรุษ - กรุงเวียนนา – ช้อปปิ้ง (ออสเตรีย)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำคณะชม จัตุรัสวีรบุรุษ สถานที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงวีรบุรุษผู้กอบกู้ชาติ และยังใช้ในพิธีสวนสนามของทหารฮังการี จากนั้นนำชมความยิ่งใหญ่อลังการของ มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น ใจกลางเมือง ก่อนนำคณะเข้าสู่ ถนนวาซี่ แหล่งช้อปปิ้งที่มีสินค้า และของที่ระลึกพื้นเมืองมากมาย เช่น ผ้าลูกไม้, ผ้าปัก, เครื่องแก้ว, ไข่ระบายสี และสินค้า Brand name ที่มีชื่อของฮังการีภายในห้างสรรพสินค้าหรูหรา สมควรแก่เวลานำคณะเดินทางสู่ กรุงเวียนนา นครหลวงแห่งศิลปะและดนตรี เมืองหลวงอันเก่าแก่กว่าพันปีของออสเตรีย และยังเคยเป็นศูนย์กลางของจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเที่ยวชม นครเวียนนา โดยเริ่มต้นจาก ถนนวงแหวน Ring Strasse ผ่านชม โรงอุปรากร, พระราชวังฮอฟบวร์ก, อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการ, มหาวิทยาลัยเวียนนา, โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง แวะเดินเล่นใน สวนสาธารณะสตัดปาร์ค ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสาวรีย์ โยฮันสเตร้าส์ เจ้าของบทเพลงอมตะ “By The Beautiful Blue Danube” จากนั้นนำคณะสู่ ถนนคาร์ทเน่อร์ ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย ชม วิหารเซนต์สเตฟาน ซึ่งตั้งอยู่โดดเด่นเป็นสง่า เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเวียนนา เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออสเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึกต่างๆ นั่งจิบกาแฟต้นตำรับแท้ ชมชีวิต ผู้คนของชาวเวียนนาตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ หมู่บ้าน Grinzing หมู่บ้านพื้นเมืองที่มีชื่อเรื่องการผลิตไวน์สดอิ่มอร่อยกับขาหมูและไส้กรอกในรสชาติแบบเวียนนา ต้นตำรับขนานแท้พร้อมไวน์เลิศรส ผสมผสาน และขับกล่อมด้วยดนตรีพื้นเมืองอันแสนไพเราะ พักค้างคืน ณ Hotel Even Pyramid Vienna หรือระดับเดียวกัน

วันที่สี่ กรุงเวียนนา - พระราชวังเชินบรุนน์ – กรุงปราก (เชค)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำคณะเข้าชม พระราชวังเชิน บรุนน์ พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮับสบูร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ พระนางมาเรียเทเรซ่า จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมัน ที่ตั้งพระทัยว่าจะสร้างพระราชวังแห่งนี้ ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส สัมผัสความงามอันวิจิตรตระการตาภายในห้องต่างๆ กว่า 20 ห้อง (Imperial Tour) อาทิเช่น ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องเกรทแกลเลอรี, ห้องบิลเลียด, ห้องไชนีสรูม ฯลฯ จากนั้นชื่นชมอุทยานสวนดอกไม้นานาพันธุ์ที่จัดแต่งไว้อย่างร่มรื่นงดงาม
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางขึ้นสู่ทางตอนเหนือของออสเตรีย แล้วข้ามพรมแดนเข้าสู่ กรุงปราก เมืองหลวงของสาธารณรัฐเชค ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่ง แม่น้ำวัลตาวา ผ่านชมทิวทัศน์ธรรมชาติที่แสนงดงามตลอดสองข้างทาง
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักค้างคืน ณ Hotel Crown Plaza หรือระดับเดียวกัน

วันที่ห้า กรุงปราก – ปราสาทปราก – ชมเมือง

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม หลังอาหารเช้า นำคณะเข้าสู่ย่านศูนย์กลางของเมือง ชมโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า 650 ปี ปราสาทปราก เริ่มสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ด้วยศิลปะแบบโกธิค ปัจจุบันใช้เป็นที่ทำการรัฐบาล และที่พำนักท่านประธานาธิบดี ชมความใหญ่โตโอ่อ่าของตัวปราสาทและ มหาวิหารเซนต์วิตัส มหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งของชาวเชคทุกคน เนื่องจากเป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ แล้วยังเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดจนทำให้กรุงปรากเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรโบฮีเมียและจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ชม พระราชวังหลวง แล้วนำคณะเดินข้ามแม่น้ำวัลตาวาโดย สะพานชาร์ลส์ ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 14 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิคตลอดราวสะพานมีประติมากรรมหินทรายรูปปั้นของนักบุญต่างๆ ถึง 30 รูปซึ่งมีความงดงามและไม่ซ้ำแบบ สัมผัสเหล่าศิลปินที่นำผลงานมาแสดงอยู่ริมสองข้างสะพาน
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะชมย่าน จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต สถานที่นัดพบของชาวปราก บริเวณโดยรอบล้วนเป็นอาคาร และวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600 - 700 ปี ที่มีความงดงามโดดเด่น จนได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโก้ให้ป็นมรดกโลก ชม อนุสาวรีย์ยานฮุส ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีต ถูกเผาทั้งเป็นโดยผู้ปกครองของฝ่ายคริสต์ศาสนจักรโรมันคาทอลิค และ หอนาฬิกาดาราศาสตร์ ที่ทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีตุ๊กตาสาวกพระคริสต์ (12 Apostles) ออกมาเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ด้านบน หอคอยจนครบ 12 องค์ บริเวณใกล้เคียงกันนี้ยังเป็นที่ตั้งของชุมชนชาวยิวที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป อิสระช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองน่ารักสไตล์เชค และโบฮีเมียนที่มีให้เลือกมากมาย เช่น เครื่องแก้วสีต่างๆ ที่ประดับด้วยเงิน, ตุ๊กตาหุ่นกระบอก, งานผ้าปัก รวมถึงชิ้นงานแกะสลักต่างรูปแบบ ฯลฯ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักค้างคืน ณ Hotel Crown Plaza หรือระดับเดียวกัน

วันที่หก กรุงปราก - เชสกี้ คุร์มลอฟ - ซาลสบวร์ก (ออสเตรีย)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำคณะเดินทางสู่ เมืองเชสกี้ คุร์มลอฟ มรดกโลกอีกเมืองหนึ่งของสาธารณรัฐเชค ในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครอง การพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปี ค.ศ. 1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองคุร์มลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1992 เชิญท่านถ่ายรูปที่ระลึกภายนอกของ ปราสาทคุร์มลอฟ ซึ่งเป็นปราสาทที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศรองจากปราสาทปราก มีห้องต่างๆ ถึง 40 ห้อง ลานปราสาท 5 แห่งและอุทยานอีก 1 แห่งที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา ชมทัศนียภาพของตัวเมืองจากลานหน้าอุทยาน ภาพที่ท่านเห็นคือบ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อย หลังคาสีส้มเรียงรายกันเป็นกระจุกๆ เหมือนบ้านตุ๊กตาที่สวยงามยิ่งนัก
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางข้ามพรมแดนเชค-ออสเตรียเข้าสู่ ซาลสบวร์ก เมืองโรแมนติคที่มีแม่น้ำซาลซัคไหลผ่านใจกลางเมือง ระหว่างเส้นทางผ่านชมทะเลสาบมอนด์เซ ที่ใช้เป็นฉากถ่ายทำตอนหนึ่งในภาพยนตร์ The Sound of Music ที่โด่งดังไปทั่วโลก นำคณะเข้าชม อุทยานมิราเบลล์ อุทยานของปราสาทที่ใช้เป็นสถานที่แต่งงานที่จัดได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชม สวนแคระ “ซแวร์เกิล การ์เท่น” ที่แปลกตา, การจัดดอกไม้ประดับอย่างงามตา, สวนวงกต, โรงละครในแมกไม้ที่ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้หลากหลายสีสัน และทิวทัศน์ของ ป้อมปราการโฮเฮ็นซัลสบวร์ก ซึ่งตั้งตระหง่านบนยอดเขาเป็นฉากหลังเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับสวนแห่งนี้ จากนั้นถ่ายภาพที่ระลึกหน้า บ้านพักโมสาร์ท ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงหลักฐานประวัติศาสตร์ของครอบครัวโมสาร์ท พร้อมชม อนุสาวรีย์โมสาร์ท ชมความงดงามของ จัตุรัสวิหารหลวง ศิลปะแบบบารอคในยุคต้น
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักค้างคืน ณ Hotel Dorint Novotel Salzburg หรือระดับเดียวกัน

วันที่เจ็ด ซาร์ลสบวร์ก – ยอดเขาซุกสปิตเซ่ - โฮเฮนชวานเกา (เยอรมนี)

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำคณะข้ามสะพานสู่ฝั่ง เมืองเก่าที่ถนนเกไทรเด้ ถนนช้อปปิ้งที่มีการตกแต่งไว้อย่างงดงามอีกเส้นหนึ่งของโลก ซึ่งตกแต่งด้วยลวดลายของเหล็กดัดไว้อย่างงดงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองซาลสบวร์ก ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้านหน้า บ้านเกิดของโมสาร์ท ซึ่งเป็นนักดนตรีเอกที่ชาวออสเตรียนภาคภูมิใจ สมควรแก่เวลานำคณะเดินทางข้ามพรมแดนออสเตรีย-เยอรมนีสู่ การ์มิช-พาร์เทนเคียร์เช่น เมืองฝาแฝดซึ่งถูกผนวกเข้าด้วยกันเพื่อร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวครั้งที่ 4 ในปี ค.ศ. 1936 ตรงกับสมัยของอดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ระหว่างเส้นทางแวะชื่นชม ทะเลสาบคีมเซ
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะเดินทางสู่ สถานีรถไฟสายภูเขา เพลิดเพลินกับการนั่งรถไฟชมทิวทัศน์ที่สวยงามของทุ่งหญ้า และทิวสนสู่ สถานีซอนน์อัลพิน จากนั้นต่อด้วย กระเช้าไฟฟ้า ขึ้นไปพิชิต ยอดเขาซุกสปิตเซ ยอดเขาที่มีความสูงที่สุดในเยอรมนี ด้วยความสูง 2,964 เมตร และเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาแอลป์ตอนกลางของทวีปยุโรป ชื่นชมกับทัศนียภาพของทิวทัศน์โดยรอบและ ทะเลสาบเอบเซ ที่ใสเข้มจนสามารถสะท้อนเงาของต้นไม้ได้เหมือนกระจก อิสระชื่นชมความงดงามตระการตาของทิวทัศน์เหนือยอดเขาแอลป์ และพรมแดนระหว่างสหพันธรัฐเยอรมนีและสาธารณรัฐออสเตรีย ได้เวลานัดหมายนำคณะนั่งกระเช้าไฟฟ้าลงมาสู่ สถานีทะเลสาบเอบเซ แล้วเดินทางต่อไปยัง ฟุสเซ่น ปลายสุดของเส้นทางถนนสายโรแมนติก ตั้งอยู่บนเทือกเขาแอลป์ในแคว้นบาวาเรีย เป็นเมืองแห่งประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 2,000 ปี สวยงามด้วยทะเลสาบและป่าสน ก่อนเข้าสู่ หมู่บ้านโฮเฮนชวานเกา หมู่บ้านที่น่าอยู่มากๆ อากาศก็ดี บ้านเรือนก็สวยงาม อีกทั้งผู้คนของเมืองนี้ก็มีอัธยาศัยไมตรีที่ดีอีกด้วย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พักค้างคืน ณ Schwangau Hotel หรือระดับเดียวกัน

วันที่แปด โฮเฮนชวานเกา - ปราสาทนอยชวานชไตน์ - อินน์สบรูก (ออสเตรีย) - เวียนนา - กรุงเทพฯ

เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม นำคณะเปลี่ยนการเดินทางเป็นรถมินิบัสขึ้นสู่ ปราสาทนอยชวานชไตน์ เดินทางลัดเลาะไปตามเส้นทางไหล่เขาสู่ สะพานควีนแมรี่ ซึ่งเป็นจุดชมวิวปราสาทที่ดีที่สุด ชมความสวยงามของป่าไม้ และบ้านพักสไตล์ชาเล่ย์ที่ประดับประดาไปด้วยดอกไม้หลากหลายสี ชมทิวทัศน์อันงดงามของตัวปราสาทที่โดดเด่น มีทะเลสาบและธารน้ำล้อมรอบ จากนั้นนำคณะเข้าชมภายในตัวปราสาทที่ตกแต่งไว้อย่างอลังการ ปราสาทนี้สร้างในคริสต์ศตวรรษที่ 18–19 รัชสมัยของพระเจ้าลุดวิกที่ 2 ตามจินตนาการของคีตกวีชาวเยอรมนี ริชาร์ดวากเนอร์ พระสหายคู่พระทัย ชม ห้องทรงงาน, ห้องบรรทม, ห้องฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงโอเปร่าและคอนเสิร์ต รับฟังเรื่องราวอันน่าสลดใจของผู้ที่สร้างปราสาทแห่งนี้ ชมความงดงามของปราสาทที่ยากเกินกว่าจะบรรยาย แม้กระทั่งราชาการ์ตูนวอล์ทดิสนีย์ยังได้จำลองแบบไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของสวนสนุกดิสนีย์แลนด์ สมควรแก่เวลานำคณะลงจากปราสาท
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย เดินทางสู่ อินน์สบรูก เมืองท่องเที่ยวแห่งแคว้นทิโรลของประเทศออสเตรีย แห่งลุ่มแม่น้ำอินน์สที่มีอายุกว่า 800 ปี อดีตเคยเป็นศูนย์กลางทางการค้าบนถนนสายโรมัน Via Cuaudla Augusta ตั้งอยู่ใจกลางเทือกเขาแอลป์ซึ่งเป็นแหล่งสกีเป็นที่รู้จักกันดีของชาวยุโรป จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาวถึง 2 ครั้ง นำคณะสู่ ถนนมาเรียเทเรซ่า ถนนสายหลักของเมืองอินน์สบรูก เชื่อมระหว่างเขตเมืองเก่ากับย่านช้อปปิ้งสมัยใหม่ ตรงกลางถนนเป็นที่ตั้งของ เสาอันนาซอยแล (เสานักบุญแอนน์) ซึ่งตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงการถอนกองกำลังทหารบาวาเรียออกไปจากเมือง แล้วเข้าสู่ ย่านเมืองเก่า ที่ยังคงสภาพและบรรยากาศของยุคกลางได้เป็นอย่างดี อาคารบ้านเรือนที่มีอาร์คเดคชั้นล่างและมีมุขยื่นออกมาที่ชั้นบน แสดงให้เห็นถึงสถาปัตยกรรมแบบโกธิคตอนปลายและเรอเนสซองส์ บริเวณนี้คือที่ตั้งของ หลังคาทองคำ ที่สร้างในปี ค.ศ.1500 สมัยจักรพรรดิแม็กซิมิเลี่ยนที่ 1 หลังคามุงด้วยแผ่นทองแดงเคลือบทองสว่างไสว จากนั้นชม โรงแรมเก่าแก่ประจำเมือง โรงแรมโกลเดนเนอร์ แอดเลอร์ ซึ่งเคยใช้ในการต้อนรับราชอาคันตุกะและบุคคลสำคัญๆ จากต่างแดนหลายท่าน ตามพระนามและรายชื่อที่จารึกไว้ในศิลาด้านหน้าของโรงแรม จากนั้นอิสระเลือกซื้อชื้อเครื่องแก้วเจียระไนชั้นดีของ Swarofski ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก ก่อนเดินทางสู่ สนามบินอินน์สบรูก
19.15 น. ออกเดินทางสู่ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ OS 9
20.15 น. ถึงสนามบิน SCHWECHAT กรุงเวียนนา แวะพักและรอเปลี่ยนเครื่อง
23.15 น. ออกเดินทางต่อไปยัง กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ OS 5

วันที่เก้า กรุงเทพมหานคร

15.20 น. คณะเดินทางกลับถึง สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ ด้วยความสวัสดี

หมายเหตุ :

- ในการออกเดินทางคณะทัวร์แต่ละครั้งจะต้องมีผู้ใหญ่ 15 ท่านขึ้นไปเท่านั้น ( ขอสงวนสิทธิ์ในการปรับเปลี่ยนราคา หากมีการปรับขึ้นของภาษีน้ำมันของสายการบิน )
- กำหนดการเดินทางอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เพื่อความเหมาะสม ทั้งนี้ทางจะยึดถือความปลอดภัย ตลอดจนผลประโยชน์ของคณะผู้เดินทางเป็นสำคัญ
- กรณีที่ต้องการเดินทางกลับไม่พร้อมคณะ จะต้องเสียค่าธรรมเนียมในการเลื่อนการเดินทางกลับแบบระบุวันที่ จำนวน ท่านละ 3,000 บาท หรือเปลี่ยนเป็นตั๋วเดี่ยวท่านละ 10,000 บาท ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าทางสายการบินจะสามารถให้ที่นั่งแบบใดกับท่านได้
- ในกรณีเลื่อนการเดินทางกลับ ท่านจะต้องแจ้งล่วงหน้าก่อนทำการยื่นวีซ่า ซึ่งอาจจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่าง และต้องมีค่าใช้จ่ายและเอกสารเพิ่มเติม เนื่องจากทางสถานฑูตฯ จะอนุมัติวีซ่าให้พำนักอาศัยใน Schengen State อย่างเคร่งครัด

อัตรานี้รวม

1. ค่าตั๋วเครื่องบินสายการบิน Austrian Airlines (Economy Class) เส้นทางกรุงเทพฯ-เวียนนา//อินน์บรูก-เวียนนา-กรุงเทพฯ
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่ระบุตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ, ค่าห้องพักในโรงแรมที่ระบุตามรายการหรือเทียบเท่า รวมทั้งสิ้น 6 คืน
4. ค่าบัตรเข้าชมสถานที่และการแสดงทุกแห่งที่ระบุตามรายการ, ค่าอาหารเลิศรสทุกมื้อที่ระบุตามรายการ
5. ค่าวีซ่าท่องเที่ยวยุโรปแบบ Schengen สำหรับออสเตรีย-เยอรมนี และวีซ่าท่องเที่ยวสาธารณรัฐเชค-ฮังการี
6. ค่าบริการนำทัวร์โดยหัวหน้าทัวร์ผู้มีประสบการณ์, ค่ายกขนกระเป๋าเดินทางท่านละ 1 ใบ (น้ำหนัก 20 กิโลกรัม)
7. ค่าประกันอุบัติเหตุในการเดินทางวงเงิน 1,000,000 บาท

อัตรานี้ไม่รวม

1. ค่าธรรมเนียมจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% และภาษีมูลค่าเพิ่ม 7 %
3. ค่าอาหารและเครื่องดื่มสั่งพิเศษ หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ เช่น ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, มินิบาร์ ฯลฯ
4. ค่าทิปพนักงานขับรถในยุโรป โดยเฉลี่ย 2 ยูโร/ท่าน/วันทำงาน

เงื่อนไขการสำรองที่นั่ง

1. เนื่องจากจะต้องทำการขอวีซ่าถึง 3 ประเทศ ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลารวมทั้งสิ้นถึง 3 สัปดาห์ ดังนั้นจึงขอความกรุณาในการจองล่วงหน้าอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนการเดินทางพร้อม ชำระงวดแรก 20,000 บาท
2. กรณีวีซ่าไม่ผ่านการพิจารณาจากทางสถานฑูตฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าธรรมเนียมการยื่นวีซ่า, ค่ามัดจำตั๋วเครื่องบิน และค่าบริการ รวมทั้งสิ้น 10,000 บาท โดยจะคืนเงินส่วนที่เหลือให้ภายใน 7 วัน
3.ส่วนที่เหลือชำระทันทีก่อนการเดินทางไม่น้อยกว่า 14 วัน มิฉะนั้นจะถือว่าท่านยกเลิกการเดินทางโดยอัตโนมัติ
4. การยกเลิกต้องแจ้งล่วงหน้า 21 วันก่อนเดินทาง มิฉะนั้นทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินงวดแรก และถ้าได้ทำการยื่นวีซ่าไปแล้ว ขอสงวนสิทฺธิ์หักค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไปตามข้อ 2
5. กรณียกเลิกการเดินทางภายใน 15 วัน มีความจำเป็นต้องขอหัก 50 % ของราคาทัวร์
6. กรณียกเลิกกะทันหันก่อนการเดินทางไม่เกิน 7 วัน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการที่ได้ชำระไปแล้วจำนวนมาก ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เหล่านั้นที่เกิดขึ้น ตามความเป็นจริง ประมาณ 80 % ของราคาทัวร์

หมายเหตุ

1. ขอสงวนสิทธิ์ยกเลิกการเดินทางก่อนล่วงหน้า 21 วัน ในกรณีที่ไม่สามารถทำกรุ๊ปได้อย่างน้อย 15 ท่าน และ/หรือ ผู้ร่วมเดินทางในคณะไม่สามารถผ่านการพิจารณาวีซ่าได้ครบ 15 ท่าน ซึ่งในกรณีนี้ทางยินดีคืนเงินให้ทั้งหมดหักค่าธรรมเนียมวีซ่า หรือจัดหาคณะทัวร์อื่นให้ถ้าต้องการ
2 ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบางประการในทัวร์นี้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็นสุดวิสัยจนไม่อาจ แก้ไขได้และจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่สูญหาย สูญเสียหรือได้รับบาดเจ็บที่นอกเหนือความรับผิดชอบของ หัวหน้าทัวร์และเหตุสุดวิสัยบางประการ เช่น การนัดหยุดงาน ภัยธรรมชาติ การจลาจล ต่างๆ
3. เนื่องจากรายการทัวร์นี้เป็นแบบเหมาจ่ายเบ็ดเสร็จ หากท่านสละสิทธิ์การใช้บริการใดๆตามรายการ หรือถูกปฏิเสธการเข้าประเทศไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม ทางขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนเงินในทุกกรณี
4. กรณียกเลิกการเดินทางภายหลังจากได้วีซ่าแล้ว ทางขอสงวนสิทธิ์ในการแจ้งสถานฑูตฯ เพื่อให้อยู่ใน ดุลพินิจของสถานฑูตฯ เรื่องวีซ่าของท่าน เนื่องจากการขอวีซ่าในแต่ละประเทศ จะถูกบันทึกไว้เป็นสถิติในนามของเมื่อท่านได้ชำระเงินมัดจำหรือทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการชำระผ่านตัวแทนของ หรือชำระโดยตรงกับทางทางจะขอถือว่าท่านรับทราบและยอมรับในเงื่อนไขต่างๆของเอกสารวีซ่า

เอกสารประกอบการขอวีซ่าทัวร์ Best of Eastern (Euro 3)

1. หนังสือเดินทาง
- ต้องมีอายุการใช้งานเหลือมากกว่า 6 เดือน (กรณีที่มีหนังสือเดินทางเล่มเก่า กรุณานำมาประกอบการยื่นวีซ่าด้วย เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาวีซ่าของท่าน แต่ห้ามเย็บเล่มติดกัน) และต้องมีหน้าเหลือสำหรับประทับวีซ่าอย่างน้อย 4 หน้า
2. รูปถ่าย
- รูปถ่ายปัจจุบันหน้าตรง 2 นิ้ว (สองนิ้วครึ่ง) ให้เห็นหน้าชัดเจน รูปหน้ามีขนาดใหญ่กว่าในหนังสือเดินทาง จำนวน 9 ใบ (ใช้รูปสี พื้นหลังขาว ถ่ายมาตรฐานไม่เกิน 6 เดือน ขยายจากฟิล์มเท่านั้น ไม่สามารถใช้รูปสแกนหรือโพลาลอยด์หรือรูปถ่ายสติ๊กเกอร์) และเขียนชื่อ-นามสกุล ไว้ด้านหลัง
3. หลักฐานการเงิน รวม 3 ชุด สำหรับ 3 สถานฑูตฯ
3.1 สำเนาสมุดเงินฝากส่วนตัวของผู้เดินทาง ตั้งแต่หน้าแรกจนถึงหน้าปัจจุบัน (ย้อนหลัง 6 เดือนและควรปรับยอดสมุดเงินฝากให้เรียบร้อยก่อนถ่ายสำเนา) พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา
3.2 หนังสือรับรองการเงินจากธนาคาร โดยไม่ต้องระบุชื่อสถานฑูต จำนวน 3 ฉบับ ใช้เวลาในการยื่นขอจากธนาคารประมาณ 3 วัน (เป็นเอกสารสำคัญมาก ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่าทั้ง 3 ประเทศ)
3.3 สมุดบัญชีเงินฝากตัวจริง ซึ่งสมุดบัญชีเงินฝากดังกล่าวจะต้องนำไปโชว์ที่สถานฑูตฯทั้งสามแห่งซึ่งอาจจะต้องใช้เวลารวม 3 สัปดาห์ (เป็นเอกสารสำคัญมาก) (ไม่แนะนำให้ใช้บัญชีกระแสรายวัน)
4. สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาใบสูติบัตรสำหรับเด็กที่อายุต่ำกว่า 20 ปี, สำเนาใบเปลี่ยนชื่อ-สกุล พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนา รวม 3 ชุด
5. หลักฐานการทำงาน (ต้องเป็นภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น) รวม 3 ชุด สำหรับ 3 สถานฑูตฯ
5.1 กรณีเป็นพนักงาน
- หนังสือรับรองการทำงานจากระบุตำแหน่ง, เงินเดือน, วันเริ่มทำงานและช่วงเวลาที่อนุมัติให้ลาหยุด
5.2 กรณีเป็นเจ้าของกิจการ
- สำเนาใบทะเบียนการค้าและหนังสือรับรองการจดทะเบียนที่มีชื่อของผู้เดินทางเป็นกรรมการหรือหุ้นส่วน พร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนาและประทับตรา(อายุสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)
5.3 กรณีเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา (ใช้ภาษาอังกฤษและเป็นหลักฐานปัจจุบันเท่านั้น)
- หนังสือรับรองจากทางโรงเรียนหรือสถาบันที่กำลังศึกษาอยู่ และสำเนาบัตรนักศึกษาพร้อมทั้งเซ็นชื่อรับรองสำเนา
5.4 กรณีที่เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี
5.4.1 ไม่ได้เดินทางพร้อมบิดามารดาหรือคนใดคนหนึ่ง จะต้องไปทำหนังสือยินยอมให้เดินทางไปต่างประเทศจากอำเภอ หรือเขตที่ท่านอยู่ โดยระบุชื่อผู้ที่เด็กเดินทางไปด้วย รวมทั้งระบุความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับผู้ที่เด็กเดินทางไปด้วย (ควรเป็นญาติที่สนิท) พร้อมแนบบัตรประชาชนของบิดา / มารดา รวมทั้งหลักฐานการทำงาน และ การเงินของบิดา / มารดา มาด้วย
5.4.2 เด็กอยู่ในความปกครองของบิดาหรือมารดาเพียงคนเดียว จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น สำเนาใบหย่า พร้อมทั้งบันทึกการหย่าซึ่งแสดงว่าเป็นผู้รับผิดชอบเด็ก กรณีเด็กอยู่ในความปกครองของผู้อื่น จะต้องมีหลักฐานรับรองว่าเด็กอยู่ภายใต้การปกครองของผู้นั้น เช่น หนังสือรับรองบุตรบุญธรรม เป็นต้น
6. กรณีสมรสแล้ว สำเนาทะเบียนสมรส, สำเนาใบหย่า หรือ สำเนาใบมรณะบัตร (กรณีคู่สมรสเสียชีวิต) พร้อมเซ็นชื่อรับรองสำเนา

+ ในการยื่นขอวีซ่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ทุกๆ ท่าน กรุณาจัดเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ระบุ พร้อมส่งมอบเอกสารประกอบการยื่นวีซ่า ไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง (ในกรณีที่เอกสารของท่านไม่สมบูรณ์ ทางสถานฑูตฯ อาจจะปฏิเสธการอนุมัติวีซ่าของท่านได้ และท่านจะต้องเสียค่าธรรมเนียมใหม่เอง หากต้องการยื่นวีซ่าอีกครั้ง)
+ ในการพิจารณาอนุมัติวีซ่า จะอยู่ในดุลยพินิจของทางสถานฑูตฯ ซึ่งในบางกรณี อาจจะมีการเรียกเอกสารเพิ่มเติมจากที่ได้ระบุไว้ หรืออาจจะมีการเรียกสัมภาษณ์ในบางครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ท่านได้
+ ในบางกรณี ทางสถานฑูตฯ อาจจะขอเรียกดูหนังสือเดินทางของท่าน หลังจากที่คณะเดินทางกลับมาแล้ว ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกแก่ท่านได้


สอบถามอัตราค่าบริการ และ กำหนดการเดินทาง และ จองได้ที่ (pct)

Add ICQ ICQ: - ส่งประกาศนี้ให้เพื่อน ส่งให้เพื่อน 
กำหนดการ :- รายการทัวร์ตัวอย่าง Email / วันที่ [ 26/7/2549 10:48:32 ]เบอร์โทร[ ] แจ้งลบประกาศ แจ้งลบกระทู้ 





2002-2012 allrights reserved Toursanook.Com

Travel Place | Phuket Hotel | Music CD | Karaoke Song | Website Value | Hotel Amenities | Bangkok Hotel | Luggage tag | Funny Video